ดีท็อกซ์

ดีท็อกซ์ คือ การสวนล้างลำไส้ใหญ่เพื่อล้างและกำจัดกากใยอาหาร ที่อาจตกค้างอยู่ตามรอยหยักของลำไส้ใหญ่ และอาจเป็นของเสียที่มีพิษ


ดีท็อกซ์ เป็นวิธีทางธรรมชาติบำบัดที่นิยมกันมานานในสหรัฐฯ และยุโรปซึ่งคนในประเทศ ตะวันตกนิยมใช้วิธีดังกล่าว เนื่องจาก พฤติกรรมการรับประทาน อาหารของชาวตะวันตกส่วนใหญ่จะเน้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นหลัก หลักการย่อยสลายของอาหารเหล่านั้น ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ในการดูดซึม สารอาหารที่ตกค้างมานานย่อมทำให้เกิดมีของเสียสะสมโดยเฉพาะผู้ที่มีอาการท้องผูกหรือ ถ่ายไม่เป็นเวลานาน ๆ หลายครั้ง บุคคลเหล่านี้มักจะเกิดการสะสมของเสีย และเมื่อมีการดูดซึมของลำไส้ใหญ่ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพิษจากของเสียนั้นไปด้วย ของเสียเหล่านั้นมักเป็นที่มาของโรค เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ปวดท้อง ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศีรษะมีไข้ต่ำ ๆ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปากแห้ง ปากเหม็น ร้อนใน ปวดเมื่อยตามร่างกายบ่อย ๆ ครั้ง ร้ายไปกว่านั้นคือ โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ขั้นตอนในการสวนล้างลำไส้ หรือที่เราเรียกกันว่า ดีท็อกซ์ นั้นคือ การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับภายในร่างกายของคนเราจำนวน 25 ลิตร โดยเครื่องสวนล้างจะทำหน้าที่ในการปล่อยน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านทวารหนักในปริมาณที่ร่างกายรับได้ หลังจากนั้นวาวล์จะปิดเพื่อปล่อยให้ร่างกายบีบ และเบ่งเพื่อขับของเสียออกมาพร้อมกับน้ำ ทำแบบนี้ซ้ำไปมาจนกว่าน้ำจะหมดทั้ง 25 ลิตร


ประโยชน์ของการสวนล้างลำไส้ คือ


การทำความสะอาดลำไส้และขจัดสิ่งสกปรกของเสียในร่างกาย กากอาหารทั้งสารพิษตกค้างที่อยู่ภายในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านั้นมักถูกขับถ่ายอกมาตามธรรมชาติไม่หมด จึงทำให้เกิดการตกค้างหรือเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้เป็นตะกรันในรูปของอุจจาระ เนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตายแล้ว พยาธิและน้ำเมือกที่ถูกสะสมไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว

ถ้าถามว่าจำเป็นหรือไม่กับการสวนล้างลำไส้ ?


จำเป็นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคน โดยเฉพาะพฤติกรรมการรับประทานอาหารและสภาพของร่างกาย บางคนรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร แต่ระบบการขับถ่ายไม่ปกติ ทำให้เกิดการสะสมและหมักหมมของเสีย เกิดอาการท้องผูกก็จำเป็นต้องทำดีท็อกซ์เพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อถ่ายไม่เป็นเวลาและมีอาการอย่างอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย เช่น ปวดศีรษะบ่อย ๆ มีอาการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อ่อนเพลีย มึนงง เวียนศีรษะ ผู้ที่มีอาการแบบนี้ควรใช้วิธีการสวนล้างลำไส้ เพื่อแก้ไขปัญหาอาการเหล่านั้น ส่วนจำเป็นหรือไม่ที่ต้องสวนล้างเป็นประจำนั้น การสวนล้างอย่างต่อเนื่องหมายถึงการสวนล้างเป็นประจำในช่วงเวลาหนึ่งก็พอ เช่น การสวนล้างทุกสัปดาห์ ทุก 3 เดือน ทุก ๆ 6 เดือน หรือทุก ๆ 1 ปี ทั้งนี้จะบ่อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคนไข้ เช่น คนไข้ต้องการรักษาอาการที่ป่วยเรื้อรังมานานให้ดีขึ้นก็จำเป็นต้องทำทุกสัปดาห์จนกว่าอาการเหล่านั้นจะดีขึ้น หากผู้ที่ป่วยมีอาการท้องผูกเรื้อรัง หรือท้องผูกถาวรก็อาจจะต้องทำการสวนล้างลำไส้ทุก ๆ เดือนจนกว่าอาการจะดีขึ้นเช่นกันย่างไรก็ตามการสวนล้างลำไส้ก็มีข้อยกเว้นเหมือนกันใช่ว่าทุกคนจะทำดีท็อกซ์ได้หมดทุกคน สำหรับข้อห้ามในการทำดีท็อกซ์ก็คือ ผู้ที่ป่วยเป็นไส้เลื่อนอย่างรุนแรง ผู้ที่พึ่งได้รับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ หรือเปิดลำไส้บริเวณหน้าช่องท้อง ผู้ที่มีเลือดออกจากลำไส้หรือทวารหนักและผู้ที่ตั้งครรภ์ผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีแผลดังนั้นควรหลีกเลี่ยงดีท็อกซ์


โดยสรุปแล้ว การทำดีท็อกซ์เป็นวิธีทางธรรมชาติให้การทำความสะอาดร่างกายภายในที่จะส่งผลให้ร่างกายภายในที่จะส่งผลให้ร่างกายเกิดความสดชื่น หายอึดอัด แน่นท้อง มีสภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพและบรรเทาอาการเรื้อรังของโรคต่าง ๆ และทำให้สุขภาพจิตสดชื่น

อาการของผู้มีสารพิษในร่างกาย


สารพิษตกค้างที่สะสมในร่างกาย หากขับมาไม่หมด จะเป็นบ่อเกิดของอาการเหล่านี้


– อาการปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด


- ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ คอ


– มีแผลร้อนในในปากเป็นประจำ


– ดูดซึมสารอาหารจำพวกแป้งมาก และระบบเผาผลาญทำงานน้อย ทำให้ร่างกายอ้วน


– ขับถ่าย และละลายสารพิษไม่ออก จะเกิดสิวเสี้ยนบนใบหน้า และฝ้าดำบนใบหน้า


– อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม


– ประสาทตึงเครียด และร่างกายไม่แข็งแรง เพศสัมพันธ์เสื่อม


– หน้าตาหมองคล้ำ ไม่ขาวสดใส ผิวพรรณหยาบกร้าน


– ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก


เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ และผายลมบ่อยๆ


ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ


ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน เวียนศีรษะ และมีไข้ต่ำๆ ตลอดเวลา


เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง


– เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล และเป็นฝีบ่อยๆ


มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย


ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์


โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ต่อมน้ำเหลือง


ริดสีดวงทวารภายนอก หรือภายใน

วิธีการทำดีท็อกซ์
ในแวดวงดีท็อกซ์ซึ่งในเมืองไทย ก็มีแพทย์และนักโภชนาการที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้หลายคน เชื่อกันว่า อวัยวะในร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะในระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายของคนเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงทวารหนัก และกระแสเลือด ต่างก็ล้วนแล้วแต่กำลังอุดตันหรือ ผุพังอยู่ เนื่องจากอาหารที่ไม่ย่อยสลาย (ส่วนหนึ่งจะถูกแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารนำไปย่อยสลายแทน มีผลทำให้เกิดสารพิษขึ้นอีกด้วย) หรือเพราะสารพิษที่ปะปนมากับอาหาร จำพวกสารทดแทนน้ำตาล อาหารฟาสท์ฟูดต่างๆ และสารเติมแต่งสีรสอาหารแบบต่างๆ มีมากจนร่างกายของเราไม่สามารถกำจัดได้หมดสิ้น บางทีรายการอาหารต้องห้ามก็ยังรวมเอาอาหารจำพวกแป้ง เนื้อ (รวมทั้งเนื้อปลา) ไข่ น้ำตาล เกลือ เค้ก อาหารแปรรูปแบบต่างๆ คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ไว้ด้วยเรียกว่า กินอาหารอะไรที่อร่อยและชอบๆ ทานกันแทบไม่ได้เลยสักอย่างข้อแนะนำหรือทางออกสำหรับผู้ที่เชื่อในเรื่องนี้ก็คือ ต้องหันมาใช้วิธีการกินอาหารที่ถูกต้อง อาจต้องอาหารบางอย่างหรือบางมื้อด้วย นอกจากนี้ก็ต้องทานอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางแห่งก็อาจจะรวมถั่วแบบต่างๆ เมล็ดพืช และน้ำผึ้งเข้าไว้ด้วย ยิ่งไปกว่านี้ บางสำนักหรือบางคลินิกก็อาจมี ทีเด็ดเช่น สูตรน้ำผลไม้มหัศจรรย์ รักษาโรคได้ครอบจักรวาล ชาสมุนไพรสูตรเก่าแก่ (ภูมิปัญญาไทย จีน แขก) ยาเม็ดหรือแคปซูลจากสมุนไพรหรือพืชพิสดารหายาก บางที่ก็อาจพ่วงเรื่องของการพอกตัวด้วยสาหร่าย การขัดหรือการนวดตัวและการแช่สารพัดแบบ (น้ำนม, โคลน ฯลฯ) การอบไอน้ำ การอบซาวนา (sauna) ไปจนถึงการนั่งสมาธิ ทำโยคะเข้าไปด้วย เป็นต้นในต่างประเทศก็อาจมี สารสกัดจากตับ” (เพราะตับมีหน้าที่กำจัดของเสียในร่างกาย) มีการฟอกเลือดด้วยการถ่ายสารเคมีบางอย่างเข้าสู่กระแสเลือด (อ้างว่าเพื่อให้ไปจับกับธาตุบางชนิดที่เป็นอันตราย) นอกจากนี้ก็ยังมีการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นหรือกาแฟ (ตามสโลแกนที่ว่า กาแฟไม่ได้มีเอาไว้ดื่ม แต่มีไว้สำหรับสวนลำไส้”!) ซึ่งอันหลังสุดนี้ ก็ได้ยินมาว่า ที่เมืองไทยก็นิยมกันน่าดูเช่นกัน

ประโยชน์และผลดีของการทำดีท็อกซ์


1. ช่วยทำความสะอาดลำไส อุจจาระ แบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย และสารพิษต่างๆจะถูกชะล้างออกไปลดการสะสมสารพิษเหล่านี้ เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไปลำไส้จะ สามารถทำงานได้ตามปกติ


2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อน แอลงและทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วยส่งเสริม กล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น โดยปกติลำไส้มีหน้าที่กำจัดของเสียก็อาจเป็นไปโดยไม่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้ อย่างเป็นจังหวะจะช่วยทำให้การผลักดันของเสียเช่น กากอาหารและ อุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น และไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ


3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป


ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา การสวนล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลด อาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตัน บริเวณนั้น ทำให้ลำไส้มีรูปร่างปกติตามธรรมชาติ ซึ่งการรักษาทางยา ทานอาหารบางอย่างเฉพาะ บางรายท้องเดินระยะหนึ่งแล้วจะมีอาการท้องผูก อุจจาระแข็งหรือการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียง ระยะสั้นเท่านั้น


4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุก ส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกาย โดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดีตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลืองและการหมุนเวียน ของเลือด เป็นต้น


5. ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำ 60-70% การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ ร่างกายโดยรวมจะ สามารถดูดซึมน้ำเหล่านั้นไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เพื่อให้เซลล์เหล่านั้น ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับละลายและเจือจาง เมือกที่สะสมอยู่ในผนังลำไส้ให้ขับออกได้สะดวกขึ้น


1 Comment »

นิรนาม:

เมื่อรับประทานยาดีท็อกเข้าไปประมาณ 5 วัน ทำให้เลือดออกเยอะมาก จึงไม่ร้ว่าเป็นเพราะอะไร

พฤศจิกายน 13th, 2009 | 4:35 am
ดีท็อกซ์