ว่าด้วยเรื่องรองพื้น

รองพื้น ที่มีขายในท้องตลาดมีอยู่สองสามชนิด คือ รองพื้นแบบลิควิด หรือเนื้อครีม,รองพื้นแบบแป้งเค้กที่ต้องใช้น้ำเวลาทา และรองพื้นแบบใหม่ล่าสุด ที่ทำออกมาเป็นแท่งสติ๊ก พกพาสะดวก รองพื้นแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแต่กต่างกัน คือ




  • รองพื้นแบบลิควิดหรือครีม เมื่อทาจะทำให้ผิวสว่างขึ้นเล็กน้อย ใช้ได้ทั้งกับคนผิวแห้งและผิวมัน




  • รองพื้นแบบแป้งเค้กผสมน้ำ ทำให้หน้าหมองลง แต่เหมาะกับผิวที่มีปัญหา และผิวไม่ค่อยเรียบ เพราะช่วยให้ผิวดูเนียนนุ่มขึ้น และเหมาะกับคนที่มีผิวมัน




  • รองพื้นแบบสติ๊ก เหมาะที่จะใช้เติมในเวลาเร่งรีบ แต้มตามจุดที่ต้องการได้ทันที แต่เนื้ออาจจะไม่ละเอียดเท่าแบบอื่น




ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใช้รองพื้นแบบไหน คราวนี้ก็มาพูดถึงเรื่องสีของรองพื้น ซึ่งข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่จะเป็น คือ เลือกรองพื้นสีอ่อนเกินไป ทำให้สีของผิวหน้าดูซีดเซียว ไม่มีชีวิตชีวา และดูไม่เป็นธรรมชาติ


ทริคง่ายๆ คือ ถ้าสีผิวของคุณค่อนข้างขาวอยู่แล้ว ให้เลือกรองพื้นที่เฉดสีเข้มกว่าสีผิว 1 สเต็ป แต่ถ้าผิวของคุณค่อนข้างคล้ำ ให้เลือกรองพื้นตามสีผิว หรือให้ใกล้เคียงที่สุด สำหรับสาวๆที่ผิวสีน้ำตาล แบบชาวเอเชียทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มักออกคอลเลคชั่นสีชมพู หรือเทา เพราะรองพื้นของเครื่องสำอางยี่ห้อเหล่านี้ ก็จะทำออกมาให้เข้ากับสีของเครื่องสำอาง ซึ่งไม่เข้ากับผิวแบบเราๆ ใช้แล้วจะดูหลอกตา และทำให้หน้าหมอง


การเลือกรองพื้น


1. สังเกตประเภทผิว แล้วเลือกเนื้อรองพื้นที่เหมาะสม เพราะประเภทของผิวสัมพันธ์กับการเลือกประเภทของผลิตภัณฑ์รองพื้น หากเราเลือกผลิตภัณฑ์รองพื้นได้เหมาะสมกับสภาพผิวนอกจากจะทำให้คุณได้ผิวหน้าที่เรียบเนียนแล้ว ยังทำให้คุณดูสวยสดใสตลอดวัน ไม่เกิดปัญหาผิวหน้ามันเงา หรือใบหน้าหมองคล้ำอันเกิดจากปฏิกิริยาของรองพื้นรวมตัวกับน้ำมันของผิว


1.1 ผิวมัน นอกจากใบหน้ามีความมันเงาแล้ว คนผิวมันมักมีรูขุมขนที่กว้างฉะนั้นการเลือกรองพื้นต้องเน้นที่ความบางเบา สามารถควบคุมความมัน และอำพรางรูขุมขนได้ ผลิตภัณฑ์รองพื้นที่เหมาะ สำหรับสาวผิวมัน สมควรเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Oil –Free ที่มีคุณสมบัติในการลดความมันเงา แต่ให้ความชุ่มชื้นอย่างพอเหมาะด้วย เพราะผิวมันก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นให้กับผิวในปริมาณที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน


1.2 ผิวแห้ง คนผิวแห้งมักมีโอกาสเกิดริ้วรอยได้โดยง่าย หรืออาจมีริ้วรอยบางๆปรากฏ หลักในการเลือกรอง พื้นควรเลือกรองพื้นที่มอบความชุ่มชื้น แต่ไม่เพิ่มความมันบนใบหน้า เนื้อสัมผัสบางเบา หากหนาจะทำให้ยิ่งเพิ่มความเด่นชัดของริ้วรอยมากขึ้น


1.3 ผิวผสม แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ


– ผิวบริเวร T-Zone มันแต่ข้างแก้มเป็นผิวแห้ง


– ผิวบริเวร T-Zone มันแต่ข้างแก้มเป็นผิวธรรมดา


- Oily with dry surface เป็นผิวที่ดูแลยาก เพราะผิวด้านบนจะแห้ง แต่ใต้ชั้นผิวจะมัน


การเลือกรองพื้นสำหรับสาวผิวผสมค่อนข้างยากสักหน่อยเพราะโดยทั่วไปไม่มีรองพื้นที่ออกแบบมาสำหรับผิวลักษณะนี้ ฉะนั้นการเลือกรองพื้นสำหรับผิวประเภทนี้จึงต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป เคลย์ เดอ โป โบเต้ ขอแนะนำเทคนิคการทารองพื้นสำหรับสาวผิวผสมในแบบที่ 1 และ 2 ควรเน้นการเลือกรองพื้นที่เน้นการให้ความชุ่มชื้นในสองข้างแก้มให้มาก เวลาทาควรเน้นทาในบริเวณสองข้างแก้ม และทาในบริเวณ T-Zone แต่น้อย เพื่อไม่ไปเพิ่มความมันเงาในบริเวณนี้ สำหรับคนที่มีผิวผสมในแบบที่ 3 Oily with dry surface ควรมองหารองพื้นที่เนื้อบางเบาและมีความชุ่มชื้น


1.4 ผิวแพ้ง่าย สำหรับคนที่มีสภาพผิวประเภทนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคือง มักระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์ว่า allergy-tested


1.5 ผิวมันและเป็นสิว หรือผิวแห้งแต่เป็นสิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับสิว ลองมองหาผลิตภัณฑ์รองพื้นที่มีส่วนผสมของ Acne Oil Control ส่วนผสมทรงประสิทธิภาพที่ช่วยลดสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว พร้อมกับไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างพอเหมาะ


2. สรรพคุณของรองพื้นที่ต้องการคืออะไร
เพื่อการแต่งหน้าในช่วงกลางวัน กลางคืน หรือออกงาน และผิวยังต้องการการดูแลอย่างอื่นด้วยหรือไม่ อาทิ ปกปิดริ้วรอย บำรุงผิว หรือป้องกันแสงแดด


3. หาโทนสีผิวที่แท้จริง
ลองสังเกตจากเส้นเลือดฝอยที่ข้อมือด้านใน หากเป็นสีเขียว สีผิวจะจัดอยู่ในโทนอบอุ่น ถ้าเป็นสีน้ำเงิน จะจัดอยู่ในโทนเย็น หรือตรวจสอบด้วยเครื่องประดับ เช่น ถ้าผิวขึ้นกับทอง แสดงว่ามีสีผิวโทนอบอุ่น แต่ถ้าเข้ากับเครื่องประดับเงินได้ดี โทนสีผิวจะเป็นโทนเย็น ซึ่งโทนผิวอบอุ่นจะเหมาะกับรองพื้นเฉดสีเหลือง ในขณะที่โทนเย็นจะเหมาะกับรองพื้นเฉดสีน้ำเงิน-ชมพู


4. ทดสอบเฉดสี
ถ้าจะให้ดี ไม่ควรแต่งหน้าไปเลือกซื้อรองพื้น เลือก 3-4 เฉดสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวมากที่สุด แล้วทดสอบสีที่ข้างแก้มหรือท้องแขน สีไหนที่กลมกลืนกับสีผิวจนแทบแยกไม่ออก แสดงว่าโทนสีนั้นเหมาะกับผิวที่สุด


5. ทดสอบกับแสงธรรมชาติ
เมื่อลองทารองพื้น ควรรอเวลาให้รองพื้นแห้งและทำปฏิกิริยากับผิวประมาณ 1 นาที จากนั้นให้ลองเช็กกับแสงธรรมชาติ เพราะแสงนีออนหรือแสงไฟสีส้มในห้างสรรพสินค้าจะทำให้ดูหลอกตา ซึ่งแสงธรรมชาติที่ใช้ควรเป็นเวลาระหว่าง 11.00 น. – 15.00 น.


ประเภทรองพื้น


1. Liquid Foundation


รองพื้นเนื้อบางเบา เหมาะสำหรับ ‘natural look’ หรือสำหรับการแต่งหน้าสำหรับโอกาสทั่วๆไป รองพื้นเนื้อ liquid เหมาะกับมือใหม่เพราะง่ายสำหรับการเกลี่ย หลักในการเลือกรองพื้นสาวๆต้องไม่ลืมในการพิจารณาสภาพผิว สำหรับผิวธรรมดาจนถึงผิวแห้ง ขอแนะนำให้ใช้สูตร Oil-Based และสาวผิวธรรมดาจนถึงผิวมัน ขอแนะนำ สูตร Water-Base นอกจากนั้นต้องเลือกให้เหมาะกับสีผิว โดยทั่วๆไปรองพื้นมักมีเฉดสีแตกต่างกัน อาทิ pink-based, orange-based and yellow-based สำหรับเบสที่นิยมคงหนีไม่พ้นในเฉดเหลือง yellow-based นอกจากนั้นให้คำนึงถึงระดับความต้องการการปกปิดด้วย


2. Cream Foundation



สำหรับผลิตภัณฑ์รองพื้นประเภทครีมนั้น นอกจากเป็นเนื้อครีมที่เราคุ้นเคยแล้ว อาจอยู่ในรูปของสติ๊ก หรือครีมแป้งบรรจุอยู่ในตลับก็ได้ สำหรับรองพื้นชนิดนี้มักนิยมใช้ปกปิดผิวที่มีปัญหา นอกจากให้ความบางเบาแล้ว ยังปกปิดได้ดีเยี่ยม ทำให้เมกอัพอาร์ตทิสส่วนใหญ่นิยมใช้รองพื้นชนิดนี้กับผิวที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ และต้องการการปกปิดที่เป็นเลิศ




3. Powder Foundation


เป็นรองพื้นที่ใช้เติมระหว่างวันเพื่อลดความมันเงาของใบหน้า หรือเมื่อเวลาที่เราต้องการเติมแป้ง รองพื้นแบบแป้งเหมาะสำหรับผู้ไม่มีเวลา เป็นการผสมผสานระหว่างแป้งและรองพื้น จึงทำให้ใบหน้าสวยในพริบตา ซึ่งเหมาะสำหรับสาวผิวมัน

วิธีการทารองพื้นให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ


1. แต้มรองพื้นที่แก้ม หน้าผาก และคาง โดยใช้แปรง ฟองน้ำ หรือปลายนิ้วที่สะอาด เกลี่ยรองพื้นให้ทั่ว โดยลากยาวไปเบาๆ ตามรอยเส้นขน


2. เกลี่ยรองพื้นบริเวณแนวขากรรไกร และลำคอให้เป็นเนื้อเดียวกัน อย่าลืมเช็คสีของรองพื้นในแสงจริง ว่าเรียบเท่ากันทุกส่วน


3. หากยังคงมีรอยคล้ำใต้ดวงตา หรือรอยสิวเหลือให้เห็น อย่าทารองพื้นเพิ่ม เพราะว่ามันจะทำให้หน้าคุณดูหนัก หนา ไม่เนียนค่ะ


คำแนะนำ


1.ในการเลือกสีของรองพื้นนั้น ควรเลือกสีที่เข้ากับสีของแนวขากรรไกรได้พอดี ถ้าได้ออกมาส่องกระจกในที่ที่มีแสงธรรมชาติ จะยิ่งทำให้เห็นได้ชัดดีขึ้นค่ะ


2. เริ่มต้นทารองพื้นด้วยปริมาณน้อยๆก่อน แล้วค่อยเพิ่มเพื่อให้ทาได้ทั่วผิว


3. ต่อจากการลงรองพื้น สำหรับคนที่ผิวมีจุดด่างดำและริ้วรอย ก็แต้มคอนซีลเลอร์ตามลงไป และจำไว้เสมอว่าเมื่อลงรองพื้นแล้ว แป้งที่ใช้ควรเป็นชนิดใส ไม่มีสี ให้กลมกลืนกับรองพื้น เพราะการใช้แป้งที่มีสีเติมลงไปอีก จะไปบิดเบือนสีผิวจริง และทำให้ดูหลอก


   
แสดงความเห็น

เรื่องที่คล้ายกัน

ว่าด้วยเรื่องรองพื้น